เวปไซต์นี้ จัดทำโดยตัวแทนประกันชีวิต บมจ กรุงไทยแอกซ่า ประกันชีวิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 24 ชั่วโมง โทรเลย

TeleHealth มิติใหม่ของการพบแพทย์ เพียงปลายนิ้ว

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

TeleHealth

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพ นำเสนอบริการใหม่ด้านสุขภาพ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน
โดยลูกค้าสามารถพบแพทย์ได้จากที่บ้าน พร้อมส่งยาถึงบ้าน

กรุงไทย-แอกซ่า TeleHealth
ขยายพื้นที่จัดส่งยาไปอีก 5 จังหวัด
ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สงขลา และเชียงใหม่
ท่านลูกค้าสามารถ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
ค้นหาคำว่า “Clicknic” ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน
จากนั้น เลือก กรุงไทย –แอกซ่า ประกันชีวิต
และยืนยันข้อมูลของท่านด้วยหมายเลขกรมธรรม์
เพียงเท่านี้ ท่านก็พร้อมปรึกษาแพทย์ได้ทันที
และมีบริการส่งยาถึงบ้านภายในวันเดียวกัน*

*เฉพาะเมื่อท่านลูกค้ารับบริการเทเลเฮลท์
ระหว่าง 08:00 น. – 16:00 น. เท่านั้น

การลงทะเบียนใช้บริการ TeleHealth ครั้งแรก ลูกค้าสามารถดำเนินการได้ดังนี้
ดาวโหลดแอปพลิเคชัน CLICKNIC แล้วลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ และบัตรประชาชนสำหรับคนไทย หรือ เลขที่หนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ จากนั้น กดปุ่ม “ข้อมูลส่วนตัว” ที่มุมขวาล่าง เลือก “กรมธรรม์ของฉัน” และเลือก “กรุงไทย-แอกซ่า” เพื่อเชื่อมต่อกรมธรรม์ โดยใส่ข้อมูลดังนี้

ลูกค้ารายบุคคล : ระบุหมายเลขกรมธรรม์ (Policy Number) บนบัตรประกัน เช่น 50x-xxxxxxx

ลูกค้าประกันกลุ่ม : ระบุหมายเลขกรมธรรม์ (Policy Number) และเลขที่สมาชิก (Certificate No.) เช่น 810xxxxx หรือ CSxxxxxx และ 00xxx/0x

 

 

9 ข้อควรรู้ของ TeleHealth

1. TeleHealth คืออะไร

TeleHealth เป็นบริการพบแพทย์ออนไลน์ที่ครบวงจรเสมือนลูกค้าไปโรงพยาบาล โดยมีบริการต่างๆ ได้แก่ ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ การสั่งจ่ายยา และส่งยาถึงบ้าน

2. TeleHealth มีค่าบริการหรือไม่

ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ TeleHealth ประกอบด้วย ค่าบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ และในกรณีที่ลูกค้าเลือกรับยา จะมีค่ายาในการรักษาจากร้านยา

3. ใครสามารถใช้ TeleHealth ได้

TeleHealth คือ บริการพิเศษใหม่ล่าสุดเพื่อลูกค้าคนสำคัญของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดยปัจจุบันผู้ที่มีสิทธิสามารถใช้ TeleHealth ได้คือ ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดยมีเงื่อนไขดังนี้*
1. กรมธรรม์ดังต่อไปนี้ ที่ยังมีสถานะคุ้มครองตามสัญญาและมีผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) ค่าใช้จ่ายจากการเข้าใช้บริการ TeleHealth จะถูกหักออกจากผลประโยชน์ส่วนนี้ หรือไม่ต้องสำรองจ่าย (เว้นแต่ ผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) คงเหลือไม่เพียงพอ)
– พนักงานบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
– กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่มีผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD)
– กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ประเภทกลุ่ม สำหรับบริษัทที่เลือกใช้บริการ TeleHealth
2. กรมธรรม์ที่ยังมีสถานะคุ้มครองตามสัญญา นอกเหนือจากข้างต้น ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการเข้าใช้บริการ TeleHealth เอง
*ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้บริการ TeleHealth โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. ประโยชน์ของ TeleHealth

TeleHealth ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยให้ท่านประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิวในการเข้าถึงการปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

5. สถานการณ์ใดไม่ควรใช้ TeleHealth

– บริการ TeleHealth ไม่เหมาะกับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์เร่งด่วน เช่น ถ้าลูกค้ามีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือ เกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
– บริการ TeleHealth ไม่แนะนำในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี กรณีเด็กอายุ 5-15 ปี ควรใช้บริการ TeleHealth ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
– การให้คำปรึกษา และบริการทางการแพทย์ผ่าน TeleHealth เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้นตามข้อมูลที่แพทย์ได้รับจากผู้รับบริการ ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์

6. TeleHealth เหมาะกับอาการป่วยประเภทใด

ลูกค้าสามารถใช้ Telehealth เพื่อปรึกษาแพทย์ได้ เมื่อลูกค้ามีอาการเจ็บป่วยทั่วไป สามารถรักษาด้วยยาและดูแลตัวเองที่บ้านได้ หรือทางการแพทย์เรียกว่า Simple diseases เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ออฟฟิสซินโดรม เป็นต้น

7. เวลาให้บริการ TeleHealth และเขตพื้นที่จัดส่งยา

TeleHealth เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07:30 น. – 19:30 น. และมีบริการส่งยาในเวลา 08:00 น. – 20:00 น. ในเขตพื้นที่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อันได้แก่ สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และบริการส่งยาในเวลา 08:00 น. – 16:00 น. ในเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สงขลา และเชียงใหม่

8. วิธีการลงทะเบียนใช้ TeleHealth ครั้งแรก

การลงทะเบียนใช้บริการ TeleHealth ครั้งแรก ลูกค้าสามารถดำเนินการได้ดังนี้
ดาวโหลดแอปพลิเคชัน CLICKNIC แล้วลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ และบัตรประชาชนสำหรับคนไทย หรือ เลขที่หนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ จากนั้น กดปุ่ม “ข้อมูลส่วนตัว” ที่มุมขวาล่าง เลือก “กรมธรรม์ของฉัน” และเลือก “กรุงไทย-แอกซ่า” เพื่อเชื่อมต่อกรมธรรม์ โดยใส่ข้อมูลดังนี้
1. ลูกค้ารายบุคคล : ระบุหมายเลขกรมธรรม์ (Policy Number) บนบัตรประกัน เช่น 50x-xxxxxxx
2. ลูกค้าประกันกลุ่ม : ระบุหมายเลขกรมธรรม์ (Policy Number) และเลขที่สมาชิก (Certificate No.) เช่น 810xxxxx หรือ CSxxxxxx และ 00xxx/0x

9. ขั้นตอนการจัดส่งยาจาก TeleHealth

เมื่อลูกค้าปรึกษาแพทย์เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที ลูกค้าจะได้รับโทรศัพท์จากเภสัชกร อธิบายการใช้ยาและข้อควรระวังต่างๆ โดยท่านสามารถปรึกษาเรื่องยาเพิ่มเติม ขอลดจำนวนยา หรือเลือกรับยาเพียงบางรายการได้ หากมียาเดิมอยู่แล้ว

หมายเหตุ : สำหรับแบบประกัน iHealthy, Flexi Health และ Group Health ที่ลูกค้าเลือกซื้อยาเองจากร้านยา สามารถส่งเอกสารประกอบการเรียกร้องสินไหม ดังนี้
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. ใบสั่งยาฉบับจริง หรือสามารถระบุเพียงเลขที่ขอคำปรึกษาที่ได้รับจากระบบแทนได้
3. ใบเสร็จรับเงินจากร้านยาที่จดทะเบียนถูกต้อง โดยจะต้องประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้
– ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ของร้านยา
– วันที่ใช้บริการ (ต้องซื้อยาภายใน 2 วันนับจากวันที่ได้รับใบสั่งยา)
– ชื่อ-สกุล ของผู้เอาประกันภัย
– รายการยา พร้อมจำนวนและราคา
– ชื่อ-สกุล และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) ของเภสัชกรผู้ทำการจ่ายยา
4. สามารถส่งเอกสารเรียกร้องสินไหมได้ที่
– ศูนย์บริการลูกค้า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ทุกสาขา
– กรณีที่ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3,000 บาท สามารถส่งรูปถ่ายเอกสารทางออนไลน์ โดยล็อคอินผ่านระบบ MyAXAHealth ที่ https://www.myaxahealth.com

#krungthaiaxa #Telehealth #เทเลเฮลท์

โรงพยาบาลในเครือ BDMS ที่เข้าร่วมในโครงการ Telemedicine ผ่านทางช่องทางบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ของโรงพยาบาลได้เลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

KT-axainsurance ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)